แนวทางแก้เครื่องกรองน้ำ น้ำไม่ไหลหรือน้ำไหลน้อย หรือไหลช้า

เครื่องกรองน้ำบางบ้าน บางเครื่อง ถ้าใช้ไปสักครู่มักมีลักษณะน้ำไม่ไหลหรือไหลน้อย ช้า ไม่เพียงพอต่อการใช้ในแต่ละวันหรือไหลไม่ทันใจ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  1. 1. แรงดันน้ำขาเข้าไม่เพียงพอ
    แรงดันน้ำขาเข้าหรือจำนวนน้ำขาเข้าก่อนเข้าสู่กระบวนการกรองของอุปกรณ์กรองต่างๆ ส่งผลต่อปริมาณน้ำที่ไหลออกผ่านท่อน้ำออก หากน้ำขาเข้ามีลักษณะไหลน้อย ช้า น้ำที่ผ่านทางเครื่องกรองก็ไหลน้อยช้าเช่นกัน

การแก้ไขปัญหา: ทำการตรวจสอบอัตราการไหลของน้ำขาเข้าโดยการถอดท่อ หากพบว่าปริมาณน้ำไหลช้าหรือน้อยเกินไป ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ
– แรงดันน้ำจากแหล่งส่งน้ำน้อยหรือแรงดันไม่เพียงพอ ให้ตรวจสอบแหล่งน้ำขาเข้า หากถูกส่งจากหน่วยงานข้างนอก โดยการติดต่อสอบถาม และแจ้งปัญหาไปยังหน่วยงาน
– ท่อน้ำมีการตันระหว่างท่อส่ง โดยให้ตัดถอดท่อจากหัวจ่ายน้ำประปา และทำการไล่ด้วยน้ำ เพื่อล้างสิ่งอุดตันออก การอุดตันอาจเกิดจากการผุพังของท่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อที่ทำจากโลหะ และเกิดสนิมภายในท่อ ส่วนกรณีที่ท่อผุพังมากเกินไป ให้ทำการเปลี่ยนถ่ายท่อใหม่จะดีกว่า
– ท่อน้ำที่มีรอยรั่วก่อนเข้าเครื่องกรองน้ำ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แรงดันน้ำไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ให้ทำการตรวจหาจุดรอยแตก รอยรั่วของท่อในระยะทางก่อนเข้าเครื่องกรองน้ำ หากพบสาเหตุดังกล่าวให้ทำการตัดท่อ และปิดท่อใหม่หรืออาจทำการเปลี่ยนท่อใหม่ทั้งชุดก็ได้

อย่างไรก็ตาม หากใช้แหล่งน้ำขาเข้าจากภายนอกบ้านเพียงแห่งเดียว ควรสร้างแหล่งพักน้ำเพื่อส่งน้ำเองภายในบ้านก่อนส่งเข้าเครื่องกรองหรืออาจจะสำรองกรณีน้ำประปาไม่ไหล

  1. 2. มีการอุดตันภายในเครื่องกรองน้ำ
    สำหรับการอุดตันภายในเครื่องกรองน้ำ สามารถแบ่งเป็น 2 กรณี นั่นคือ
    2.1 การอุดตันบริเวณวัสดุกรองน้ำ
    การอุดตันบริเวณวัสดุกรอง เกิดขึ้นได้ 2 กรณี ได้แก่
    – การอุดตันจากการอัดวัสดุกรองที่แน่นเกินไป
    – การอุดตันจากสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันภายในวัสดุกรอง

การแก้ไขปัญหา: การแก้ปัญหาของทั้ง 2 สาเหตุ จากการอุดตันบริเวณวัสดุกรอง แนะนำว่าควรทำการถอดก้นเครื่องกรองออก แล้วนำวัสดุกรองออกมาเป็นชั้นๆ และให้แยกกองไว้วัสดุไว้แยกกัน ทำการล้างวัสดุกรอง และภายในเครื่องกรอง ท่อเชื่อมต่างๆด้วยน้ำแรงดันสูง ก่อนใส่วัสดุกรองเข้าไปใหม่

อนึ่ง การใส่วัสดุกรอง ให้ใส่ในอัตราที่เหมาะสม ไม่ควรแน่นเกินไป

2.2 การอุดตันบริเวณท่อจุดเชื่อมต่อ
การอุดตันบริเวณจุดเชื่อมตามส่วนต่างๆของท่อ เกิดมาจากสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสกปรกที่มาจากน้ำหรือสนิม (เครื่องกรองน้ำแบบเหล็ก)

การแก้ไขปัญหา: ทำการถอดแยกวัสดุกรองน้ำออก และล้างให้สะอาด ทั้งวัสดุกรองน้ำ และภายในเครื่องกรองน้ำ บริเวณผิวเครื่องกรอง ท่อ และจุดเชื่อมต่อตามส่วนต่างๆ

  1. 3. ปัญหาจากวาวล์น้ำ
    วาวล์น้ำไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือโลหะ ในบางที หากใช้ไปสักระยะอาจเกิดการหมุนไม่ได้หรือหมุนได้น้อยลงหรือหมุนได้ก็ตาม หากเกิดเสียในขณะที่เปิดวาวล์ไว้สักเล็กน้อย จะทำให้น้ำไหลน้อยหรือช้าลงได้

การแก้ไขปัญหา:ให้ตรวจสอบน้ำขาเข้า หากน้ำยังแรงตามปกติ ให้ตรวจสอบวาวล์ โดยการถอดออกแล้วต่อเข้ากับท่อส่งน้ำที่มีแหล่งน้ำจ่ายแรงปกติ จะทำให้ทราบว่าวาวล์ที่ใช้อยู่มีการชำรุดหรือไม่ หากพบการชำรุดให้เปลี่ยนถ่ายเป็นของใหม่จะดีกว่า ซึ่งแนะนำให้ใช้ชนิดโลหะอลูมิเนียม

สำหรับบางท้องถิ่นที่มีปัญหาเรื่องน้ำมีรสเค็ม การใช้วาวล์เหล็กหรือโลหะจะทำให้เสี่ยงต่อการชำรุดจากการกัดกร่อนของความเค็มได้ แนะนำให้ใช้วาวล์พลาสติกจะดีกว่าแบบเหล็กหรือโลหะ

  1. 4. ปัญหาจากการออกแบบ
    – รูระบายน้ำ และข้อต่อมีขนาดเล็ก ทำให้น้ำไหลออกได้น้อย และเกิดการอุดตันง่าย
    – ใช้วัสดุกรองไม่ได้มาตรฐาน อาจใส่วัสดุกรองที่แน่นทึบหรือต้องใช้แรงดันน้ำสูงเกินไป ไม่เหมาะกับการใช้สำหรับน้ำตามบ้านเรือน

การแก้ไขปัญหา:
– ควรเช็คความสามารถ และคุณสมบัติของเครื่องกรองน้ำที่จะซื้อว่าใช้กับแรงดันน้ำตามบ้านได้หรือไม่
– ตรวจสอบรายละเอียดเครื่องกรองน้ำว่า ใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ใดที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอุดตันหรือไม่
– หากสามารถใช้ได้ตามปกติ อาจเสริมแรงดันน้ำด้วยการต่อปั้มน้ำ เพื่อเพิ่มแรงดันก็ได้

  1. 5. ติดตั้งเครื่องกรองน้ำในระดับสูงเกินไป
    บางครั้งตำแหน่งการติดตั้งของเครื่องกรองน้ำอาจติดตั้งในระดับที่สูงเกินกว่าแรงดันน้ำจากท่อที่จะส่งมาถึง ตำแหน่งติดตั้งอาจอยู่ชั้นล่าง แต่กลับติดตั้งสูงมากไปหรืออาจอยู่ชั้น 2 ทำให้แรงดันน้ำไม่สามารถส่งถึงได้หรือได้ก็อาจไม่สะดวก

การแก้ไขปัญหา:
– ควรติดตั้งในระดับสูงกว่าพื้นห้องหรือสูงกว่าระดับท่อไม่ให้เกิน 2 เมตร
– หากติดตั้งในระยะที่สูงเกินแรงดันน้ำ ควรติดตั้งปั้มน้ำเพื่อเพิ่มแรงดัน ไม่ว่าจะอยู่ในชั้น 1 หรือ ชั้น 2 ก็ตาม